บทที่ 12 ตอนที่10 ทนไม่ไหว
เพียงไม่นานต่อมา
เหล่าอาคันตุกะของต่างแคว้นจึงเริ่มทยอยกันมาเยือนแคว้นต้าหลี่ด้วยเหตุผลทางการเมืองโดยการนำพาองค์หญิงของแคว้นตนเข้าถวายตัวเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อแคว้นต้าหลี่แห่งนี้
ด้วยเพราะว่าแคว้นต้าหลี่แห่งนี้นั้น นอกจากจะเป็นแคว้นที่ปกครองด้วยฮ่องเต้หลี่ซ่งหมินผู้ที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมและความสามารถรอบด้านพร้อมทั้งยังทรงมีรูปโฉมที่งดงามปานเทพเซียนแล้ว พระองค์ยังมีขุมกำลังที่ทรงอิทธิพลอยู่ในอาณัติอีกด้วย จึงมิใช่เรื่องแปลกที่แคว้นต่างๆจะอยากร่วมวงศาคณาญาติสร้างเชื้อสายสืบสันติวงศ์
และท่ามกลางอาคันตุกะมากหน้าหลายตานี้ นอกจากองค์หญิงผู้เลอโฉมมากมายจากต่างแคว้นแล้วยังมีเหล่าองค์ชายรูปงามและแม่ทัพผู้องอาจที่คอยอารักขาเหล่าองค์หญิงของตนที่ได้ร่วมเดินทางมาด้วยก็มีมากมายเช่นกัน สร้างความรื่นเริงบันเทิงใจให้แก่สตรีนางหนึ่งเป็นอย่างมาก
นางหาใช่ใคร เจินเจิน นั่งเอง
ภายในงานเลี้ยงต้อนรับบรรดาอาคันตุกะเหล่านี้นั้นได้จัดที่นั่งให้บรรดาอาคันตุกะและข้าราชบริพาร ให้นั่งตามลำดับตำแหน่งโดยแยกกันนั่งชายหญิงให้อยู่กันคนละฝั่ง
ซึ่งเหล่าองค์หญิงต้องนั่งอยู่ด้านในสุดตรงข้ามกับเหล่าองค์ชาย และบรรดาข้าราชบริพารให้นั่งเยื้ยงกันถัดออกไปตามลำดับตำแหน่งใหญ่ๆไล่ลงไปตามตำแหน่งเล็กๆ โดยแบ่งฝั่งชายหญิงเช่นเดียวกัน
อา...
แบ่งฝั่งชายหญิงอย่างนี้ช่างดียิ่ง นางจะได้เมียงมองเหล่าบุรุษได้ถนัดถนี่
เจินเจินนั่งคิดในใจขณะกำลังไล่สำรวจบรรดาบุรุษที่นางพึงใจอยู่อย่างเพลิดเพลิน
มันเป็นเป้าหมายหลักอันสำคัญยิ่งของเจินเจิน
หญิงสาวได้ที่นั่งไม่ไกลกันจากบรรดาองค์หญิง ด้วยเพราะว่าตำแหน่งของนางนั้นนับได้ว่าไม่น้อยหน้าใคร
นางกำลังใช้สายตาสอดส่ายไปมาเพื่อทอดมองไปทางแม่ทัพหนุ่มๆและเหล่าองค์ชายรูปงามแต่ละคน แต่ละคน
นางสำรวจอย่างเพลิดเพลิน ทีละคน ทีละคน
และนางก็ได้เจอ...
อา...
บุรุษผู้นี้ช่าง...
ช่าง...
หือ...
อีกแล้ว!
เจินเจินรีบกระพริบตาถี่รัวเมื่อเจอบุรุษที่ตนพึงใจที่สุด บุรุษผู้นั้นเป็นเจ้าของสายตาสีหมึกดำ ใบหน้าเขร่งขรึมที่แสนจะคุ้นตา
หญิงสาวยกมือขึ้นขยี้ตาตนเองพลางสะบัดใบหน้าเบาๆ ก่อนจะเริ่มมองหาบุรุษคนใหม่
ต้องมิใช่องค์ชายหลี่เซียวเหยา...
ต้องมิใช่....
ไม่ใช่...
เจินเจินท่องเอาไว้ภายในใจก่อนจะพยายามเมียงมองหาบุรุษคนใหม่ที่ตนพึงใจ
แต่ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปที่เหล่าบุรุษมากมายอย่างไร สายตาของนางก็มักจะมาหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มเจ้าของสายตาคมกริบสีดำนิลคล้ายรัตติกาลที่แสนจะคุ้นเคยอยู่ร่ำไป
เฮ่อ!
ขอดื่มเหล้าย้อมใจก่อนเป็นไร
ว่าแล้วก็ยกจอกเหล้าขึ้นกระดกลงคออย่างสวยงาม
หลี่เซียวเหยาที่นั่งเยื้องกันกับฝั่งตรงกันข้ามนั้นได้ตกเป็นเป้าสายตาของเหล่าองค์หญิงต่างแคว้นเช่นเดียวกัน
ด้วยเพราะว่าบรรดาองค์หญิงที่เดินทางมาเชื่อมสัมพันธ์ในครานี้นั้นมิได้มีเป้าหมายเดียวที่ฮ่องเต้หลี่ซ่งหมินแต่อย่างใด
โดยพระอนุชาต่างมารดาอันได้แก่องค์ชายห้าหลี่จื้อเฉิงและองค์ชายสี่หลี่เซียวเหยาย่อมตกเป็นเป้าหมายของพวกนางด้วยเช่นกัน
เหล่าบรรดาองค์หญิงต่างทอดมองพร้อมส่งสายตาหวานเชื่อมหยาดเยิ้มยั่วยวนมาทางหลี่เซียวเหยาอย่างเป็นระยะๆมิได้ขาดสาย เพราะรูปร่างหน้าตาของหลี่เซียวเหยานั้นนับได้ว่ารูปงามไม่แพ้ใคร ใบหน้าหล่อเหลาคมคาย รูปร่างสูงโปร่งงามสง่าแฝงความล่ำสันอยู่ภายใต้เสื้อผ้าอาภรณ์เนื้อดี ทั้งหมดนี้กำลังสร้างแรงปรารถนาให้แก่เหล่าสตรีเพศได้ไม่ยาก
แต่หลี่เซียวเหยานั้นกลับมิได้สนใจนำพาใดๆกับสายตาของบรรดาองค์หญิง ด้วยกำลังสนใจสตรีนางหนึ่งอยู่
สตรีนางนั้นกำลังกวาดสายตามองหาบุรุษภายในงานเลี้ยงแห่งนี้อยู่อย่างเพลิดเพลินคล้ายไม่สนใจเขาอีกต่อไป
ชายหนุ่มเพียงนั่งกอดอกหรี่ตามองไปยังสตรีนางนั้นด้วยสายตาพิฆาตความคิดโหดเหี้ยม
ถ้านางกระโดดไปขี่คอบุรุษคนใดคนหนึ่ง เขาจะเข้าไปปาดคอนางทันที คอยดู!
เหล้าจอกแล้วจอกเล่าที่เจินเจินดื่มเข้าไปเพื่อย้อมใจนั้นดูเหมือนว่าจะมิได้ช่วยข่มใจของนางแต่อย่างใด
ไม่ว่านางจะสอดส่ายสายตามองไปยังเหล่าบุรุษอื่นใดสักกี่คน แต่สุดท้ายนางก็ต้องมาสะดุดหยุดกึกกับสายตาสีดำนิลของหลี่เซียวเหยาอยู่ทุกทีสิน่า
เฮ่อ!
ดูเหมือนว่านางจะเป็นเอามากนะนี่
นางพญาจิ้งจอกอย่างเจินเจิน จะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับบุรุษผู้นี้หรืออย่างไร?
เวลาผ่านไปจนดึกดื่นค่อนคืน...
งานเลี้ยงได้จบลงไปอย่างสวยงามและหลังจากงานเลี้ยงต้อนรับเหล่าอาคันตุกะสิ้นสุดลงด้วยท่ามกลางสีหน้าอึมครึมของฮ่องเต้หลี่ซ่งหมินและฮองเฮาหงเหม่ยหลงนั้น เหล่าสาวงามที่มาสร้างความบันเทิงก็รีบพากันแยกย้ายกลับไป เหล่าอาคันตุกะและเหล่าองค์หญิงองค์ชายก็รีบพากันกลับเข้าที่พักกลับเข้าที่นอน เหล่าข้าราชบริพารต่างก็พากันแยกย้ายออกจากวังไป
ทุกคนต่างพากันกลับกันไปจนหมดสิ้น ยังคงเหลือไว้แต่เพียงสตรีนางหนึ่งที่ยังคงเพลิดเพลินอยู่กับเหล่าสุราเลิศรส ซึ่งดูจะผิดวัตถุประสงค์ของนางตั้งแต่คราแรกอย่างสิ้นเชิง
“เหล้าจ๋า มีแต่เจ้า ที่ถูกใจข้าที่สุด หึหึ” เสียงของเจินเจินนั่งคุยอยู่กับไหสุราอยู่ในศาลากลางสวนสวยอยู่เพียงลำพัง
หลังจากงานเลี้ยงได้เลิกราไป นางยังคงดื่มด่ำอยู่กับเหล่าสุราอย่างเดียวดาย
“อ๊ะ อ๊ะ อย่านะ เจ้าอย่าได้มองข้าอย่างนั้น ข้าหัวใจบอบบางนะ มา มาให้ข้ากินเสียดีดี” ว่าแล้วก็ยกเหล้าขึ้นดื่มทั้งไหโดยไม่สนใจจอกเหล้าที่อยู่ใกล้กันแต่อย่างใด
“เฮ่อ! เจ้ารู้หรือไม่ เหล้าจ๋า” เจินเจินบ่นพึมพำกับไหสุราต่อ เมื่อดื่มกินมันจนพอใจไปหลายอึก
